ก่อนจะลงสนามเล่น Poker จริงจัง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการทำความเข้าใจคำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้ให้ครบถ้วน เพราะถ้าไม่รู้ศัพท์พื้นฐาน การเล่นก็จะติดขัดและพลาดโอกาสดี ๆ ไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านสถานการณ์บนโต๊ะ หรือการตัดสินใจในแต่ละรอบ ล้วนต้องใช้ความเข้าใจในศัพท์เหล่านี้ทั้งนั้น การรู้ศัพท์ยังช่วยให้สื่อสารกับผู้เล่นคนอื่นได้อย่างราบรื่น และไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในเกมบทความนี้รวบรวมศัพท์ที่ผู้เล่นทุกระดับควรรู้ไว้ ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง เพื่อให้การเรียนรู้ Poker ของทุกคนเป็นเรื่องง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นหรือมือเก๋าที่อยากทบทวนความรู้ บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจทุกคำศัพท์ที่จำเป็นอย่างครอบคลุม พร้อมอธิบายบริบทการใช้งานจริงบนโต๊ะ Poker ด้วยหลายคนอาจรู้สึกว่าศัพท์ Poker มีเยอะเกินไปจนจำไม่หมด แต่จริง ๆ แล้วเมื่อเริ่มเล่นไปสักพัก ศัพท์เหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องธรรมชาติที่หลุดออกมาโดยอัตโนมัติ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจความหมายและบริบทการใช้งานของแต่ละคำให้ถูกต้องตั้งแต่แรก เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในภายหลัง

คำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้ พื้นฐานสำหรับมือใหม่หัดเล่น
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่โลกของ Poker การรู้จักศัพท์พื้นฐานถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมาก เพราะศัพท์เหล่านี้จะถูกใช้ตลอดทั้งเกม ไม่ว่าจะเล่นแบบไหนก็ตาม มาเริ่มจากคำที่พบบ่อยที่สุดกันก่อนเลย การเข้าใจศัพท์พื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้สามารถติดตามเกมได้อย่างไม่หลงทาง และตัดสินใจได้เร็วขึ้นในสถานการณ์ต่าง ๆ
- Fold คือการหมอบไพ่หรือยอมแพ้ในรอบนั้น ๆ โดยไม่ต้องใส่เงินเพิ่ม เหมาะกับตอนที่ไพ่ในมือไม่ดีพอ หรือรู้สึกว่าคู่ต่อสู้มีไพ่ที่แข็งกว่า การ Fold ในจังหวะที่เหมาะสมจะช่วยรักษาเงินทุนได้ดีเลยทีเดียว หลายคนมองว่า Fold คือการยอมแพ้ แต่จริง ๆ แล้วมันคือการตัดสินใจที่ฉลาดเมื่อรู้ว่าโอกาสชนะมีน้อย การ Fold บ่อยเกินไปก็ไม่ดี แต่การไม่ยอม Fold เลยก็เป็นปัญหาเช่นกัน ต้องหาจุดสมดุลให้เหมาะกับสถานการณ์
- Call คือการใส่เงินตามจำนวนที่ผู้เล่นคนก่อนหน้าเดิมพันไว้ โดยไม่เพิ่มเงินเข้าไปอีก เป็นการแสดงว่าต้องการเล่นต่อในรอบนั้น แต่ไม่ต้องการกดดันคู่แข่งมากนัก การ Call มักใช้เมื่อมีไพ่ที่พอเล่นได้แต่ไม่แข็งพอที่จะ Raise หรือเมื่อต้องการดูไพ่ถัดไปโดยไม่เสียเงินมากนัก บางครั้งการ Call ก็เป็นกลยุทธ์เพื่อซ่อนความแข็งแกร่งของไพ่ในมือ เรียกว่า Slow Play ซึ่งจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป
- Raise คือการเพิ่มเงินเดิมพันให้สูงขึ้นจากจำนวนที่ผู้เล่นก่อนหน้าใส่ไว้ เป็นการแสดงความมั่นใจในไพ่ของตัวเอง และกดดันให้คู่แข่งต้องตัดสินใจว่าจะตามหรือจะหมอบ การ Raise ที่ดีต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น ขนาดของ Pot, จำนวนผู้เล่นที่เหลืออยู่ และความแข็งแกร่งของไพ่ในมือ การ Raise ที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้คู่แข่ง Fold หมด และไม่ได้เงินจาก Pot มากเท่าที่ควร ส่วนการ Raise ที่เล็กเกินไปอาจไม่สามารถกดดันคู่แข่งได้
- Check คือการเลือกที่จะไม่เดิมพันในรอบนั้น แต่ยังคงอยู่ในเกมต่อไป สามารถทำได้เมื่อยังไม่มีใครเดิมพันในรอบนั้น หรือทุกคนเลือก Check หมด การ Check เป็นทางเลือกที่ดีเมื่อมีไพ่กลาง ๆ ที่ไม่อยากเสียเงินมาก แต่ก็ยังมีโอกาสพัฒนาเป็นมือที่ดีได้ในรอบถัดไป หรือใช้เพื่อดูว่าคู่แข่งจะทำอะไรก่อนที่จะตัดสินใจ
- Bet คือการเริ่มเดิมพันเป็นคนแรกในรอบนั้น แตกต่างจาก Raise ตรงที่ Bet เป็นการเปิดเดิมพันใหม่ ไม่ได้เพิ่มจากเงินที่คนอื่นใส่ไว้ การ Bet ที่ดีควรมีวัตถุประสงค์ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการดึงเงินจากมือที่อ่อนกว่า (Value Bet) หรือการบังคับให้มือที่ดีกว่า Fold (Bluff)
All-in คือการใส่เงินทุนทั้งหมดที่มีอยู่ลงไปในรอบเดียว เป็นการแสดงความมั่นใจสูงสุด หรืออาจเป็นกลยุทธ์ Bluff ที่ต้องการให้คู่แข่งกลัวแล้วหมอบไพ่ การ All-in เป็นการตัดสินใจที่มีความเสี่ยงสูง เพราะถ้าแพ้ก็หมดตัว แต่ถ้าชนะก็ได้เงินก้อนใหญ่ ในทัวร์นาเมนต์ การ All-in มักเกิดขึ้นบ่อยกว่า Cash Game เพราะผู้เล่นต้องเสี่ยงเพื่อเพิ่ม Chip ให้ทันกับ Blinds ที่เพิ่มขึ้น
คำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้ เกี่ยวกับตำแหน่งบนโต๊ะ
ตำแหน่งบนโต๊ะ Poker มีความสำคัญมาก เพราะส่งผลต่อกลยุทธ์การเล่นโดยตรง มาดูกันว่าแต่ละตำแหน่งเรียกว่าอะไรบ้าง และมีข้อได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไร การเข้าใจตำแหน่งจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าควรเล่นไพ่ไหนในสถานการณ์ไหน
- Button (BTN) เป็นตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุด เพราะเป็นคนสุดท้ายที่ตัดสินใจในแต่ละรอบ (ยกเว้นรอบ Pre-flop) ทำให้เห็นการเคลื่อนไหวของผู้เล่นคนอื่นก่อน ผู้เล่นในตำแหน่งนี้สามารถเล่นไพ่ได้กว้างกว่าตำแหน่งอื่น เพราะมีข้อมูลมากกว่าในการตัดสินใจ ปุ่ม Dealer จะหมุนเวียนไปทีละคนในแต่ละมือ ทำให้ทุกคนได้เล่นในตำแหน่งนี้เท่าเทียมกัน
- Small Blind (SB) คือตำแหน่งที่ต้องวางเงินเดิมพันบังคับครึ่งหนึ่งของ Big Blind ก่อนที่ไพ่จะแจก อยู่ทางซ้ายของ Button ตำแหน่งนี้ถือว่าเสียเปรียบเพราะต้องจ่ายเงินก่อน และต้องเล่นก่อนในรอบหลังจาก Flop ผู้เล่นที่อยู่ตำแหน่งนี้ควรเล่นอย่างระมัดระวังและเลือกเล่นเฉพาะไพ่ที่แข็งพอสมควร
- Big Blind (BB) คือตำแหน่งที่ต้องวางเงินเดิมพันบังคับเต็มจำนวนก่อนไพ่แจก อยู่ทางซ้ายของ Small Blind ข้อดีคือได้เห็นว่าคนอื่นทำอะไรก่อนในรอบ Pre-flop แต่ต้องเล่นก่อนในรอบหลัง ๆ ตำแหน่งนี้มักต้องป้องกัน Blind จากการถูก Raise บ่อย ๆ ต้องตัดสินใจว่าควร Defend Blind หรือยอม Fold
- Under The Gun (UTG) คือตำแหน่งแรกที่ต้องตัดสินใจในรอบ Pre-flop อยู่ทางซ้ายของ Big Blind ตำแหน่งนี้เสียเปรียบที่สุดเพราะต้องตัดสินใจโดยไม่รู้ว่าคนอื่นจะทำอะไร ผู้เล่นที่อยู่ตำแหน่งนี้ควรเล่นเฉพาะไพ่ที่แข็งมาก ๆ เท่านั้น
Cutoff (CO) คือตำแหน่งที่อยู่ขวาของ Button เป็นตำแหน่งที่ได้เปรียบรองลงมาจาก Button สามารถเล่นไพ่ได้ค่อนข้างกว้าง โดยเฉพาะถ้า Button Fold ก็จะได้เล่นเป็นคนสุดท้ายแทน

คำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้ เกี่ยวกับไพ่และการจั่ว
นอกจากศัพท์เกี่ยวกับการเดิมพันแล้ว ยังมีศัพท์เกี่ยวกับไพ่และการจั่วที่ต้องรู้อีกมาก เพราะมันจะช่วยให้เข้าใจว่าเกมดำเนินไปอย่างไร และควรวางแผนเล่นแบบไหน ศัพท์เหล่านี้จะถูกใช้ตลอดเวลาในการอธิบายสถานการณ์และการวิเคราะห์เกม
Hole Cards คือไพ่สองใบที่แจกให้ผู้เล่นแต่ละคนในตอนเริ่มเกม ไพ่เหล่านี้เป็นความลับ มีเฉพาะเจ้าของเท่านั้นที่เห็น ไพ่ Hole Cards เป็นจุดเริ่มต้นของทุกมือ การได้ไพ่ดีตั้งแต่ต้นจะทำให้มีโอกาสชนะสูงกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าไพ่เริ่มต้นที่ไม่ดีจะชนะไม่ได้ เพราะยังมีไพ่กลางที่จะมาช่วยอีก
Community Cards คือไพ่กลางที่วางบนโต๊ะ ผู้เล่นทุกคนสามารถใช้ร่วมกันเพื่อจับมือได้ ในเกม Texas Hold’em จะมีทั้งหมด 5 ใบ ไพ่กลางจะเปิดออกมาเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจาก 3 ใบ (Flop) ตามด้วยอีก 1 ใบ (Turn) และอีก 1 ใบ (River) การอ่านไพ่กลางและวิเคราะห์ว่าคู่แข่งอาจมีมือไพ่อะไรเป็นทักษะสำคัญที่ต้องฝึกฝน
Flop คือการเปิดไพ่กลาง 3 ใบแรกพร้อมกัน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม เพราะผู้เล่นจะเริ่มเห็นภาพรวมของมือไพ่ที่อาจจะได้ หลังจาก Flop ผู้เล่นจะรู้ประมาณ 71% ของไพ่ทั้งหมดที่จะใช้จับมือ (5 ใบจาก 7 ใบ) ทำให้สามารถประเมินความแข็งแกร่งของมือได้ค่อนข้างแม่นยำแล้ว
Turn คือไพ่กลางใบที่ 4 ที่เปิดหลังจาก Flop ทำให้ผู้เล่นมีข้อมูลมากขึ้นในการตัดสินใจ รอบ Turn มักเป็นรอบที่เงินเดิมพันเริ่มหนักขึ้น เพราะใกล้จะถึงจุดตัดสินแล้ว ผู้เล่นที่กำลังรอไพ่ (Drawing) จะต้องคิดหนักว่าคุ้มไหมที่จะจ่ายเพื่อเห็น River หรือควร Fold ไปเลย
River คือไพ่กลางใบสุดท้าย ใบที่ 5 หลังจากนี้ผู้เล่นจะต้องตัดสินใจครั้งสุดท้ายก่อนเปิดไพ่ชิงชัย รอบ River เป็นรอบที่การตัดสินใจมีน้ำหนักมากที่สุด เพราะไม่มีไพ่มาช่วยอีกแล้ว ทุกอย่างชัดเจนว่ามือไพ่เป็นอย่างไร ผู้เล่นที่มีมือดีจะพยายาม Value Bet ส่วนผู้เล่นที่พลาด Draw อาจเลือก Bluff หรือ Fold
Burn Card คือไพ่ที่ Dealer เผาหรือวางคว่ำก่อนเปิดไพ่กลางแต่ละครั้ง เพื่อป้องกันการโกงจากการสังเกตไพ่ที่จะออก การเผาไพ่ทำให้ไม่มีใครสามารถรู้ล่วงหน้าว่าไพ่ใบถัดไปคืออะไร

คำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้เกี่ยวกับมือไพ่ที่ดีที่สุด
มือไพ่หรือ Hand ใน Poker มีหลายระดับ การรู้จักลำดับความแข็งแกร่งของมือไพ่จะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น นี่คือมือไพ่ที่สำคัญเรียงจากแข็งที่สุดไปอ่อนที่สุด การจดจำลำดับนี้เป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้เล่นทุกคน
- Royal Flush – มือไพ่ที่แข็งแกร่งที่สุด ประกอบด้วย A K Q J 10 ดอกเดียวกัน โอกาสได้มือนี้มีน้อยมาก ประมาณ 1 ใน 650,000 มือ ถ้าได้มือนี้ถือว่าโชคดีสุด ๆ
- Straight Flush – ไพ่เรียง 5 ใบ ดอกเดียวกัน เช่น 5-6-7-8-9 ดอกโพดำ มือนี้แข็งมากและแทบไม่มีทางแพ้ ยกเว้นเจอ Royal Flush หรือ Straight Flush ที่สูงกว่า
- Four of a Kind (Quads) – ไพ่ 4 ใบ หน้าเดียวกัน เช่น Q Q Q Q มือนี้แข็งมากและยากที่จะแพ้ในสถานการณ์ทั่วไป
- Full House (Boat) – ไพ่ 3 ใบหน้าเดียวกัน + 2 ใบหน้าเดียวกัน เช่น K K K 7 7 เรียกว่า Kings Full of Sevens มือนี้ค่อนข้างแข็งและชนะได้บ่อย
- Flush – ไพ่ 5 ใบ ดอกเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเรียง ถ้ามีหลายคนได้ Flush จะดูไพ่สูงสุดในมือเป็นตัวตัดสิน
- Straight – ไพ่ 5 ใบเรียงลำดับ ไม่จำเป็นต้องดอกเดียวกัน เช่น 4-5-6-7-8 ต่างดอก A สามารถใช้เป็นตัวสูงสุด (A-K-Q-J-10) หรือต่ำสุด (A-2-3-4-5) ก็ได้
- Three of a Kind (Trips/Set) – ไพ่ 3 ใบหน้าเดียวกัน เช่น 9 9 9 ถ้าได้จาก Hole Cards + ไพ่กลาง 1 ใบ เรียกว่า Set ถ้าได้จาก Hole Cards 1 ใบ + ไพ่กลาง 2 ใบ เรียกว่า Trips
- Two Pair – ไพ่คู่ 2 คู่ เช่น J J และ 5 5 ถ้ามีหลายคนได้ Two Pair จะดูคู่สูงก่อน ถ้าเท่ากันดูคู่ต่ำ ถ้ายังเท่าอีกดู Kicker
- One Pair – ไพ่คู่เดียว เช่น A A มือนี้พบได้บ่อยที่สุดและมักชนะได้เมื่อคู่แข่งไม่ได้มืออะไรเลย
- High Card – ไม่มีมือใด ๆ ใช้ไพ่สูงสุดตัดสิน เช่น A-K-9-7-3 ต่างดอก เรียกว่า Ace High มือนี้อ่อนที่สุดแต่ก็ยังสามารถชนะได้ถ้าคู่แข่งไม่ได้มืออะไรเช่นกัน
คำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์และเทคนิค
ผู้เล่นที่ต้องการยกระดับเกมให้สูงขึ้น จำเป็นต้องรู้จักศัพท์ที่เกี่ยวกับกลยุทธ์และเทคนิคต่าง ๆ ด้วย เพราะนี่คือสิ่งที่แยกมือใหม่ออกจากมือโปร การเข้าใจแนวคิดเหล่านี้จะช่วยให้เล่นได้อย่างมีหลักการมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาดวงอย่างเดียว
Bluff คือการแกล้งทำเป็นว่ามีไพ่ดี ทั้ง ๆ ที่ไพ่ในมืออาจไม่ได้แข็งแรงเลย เป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยจังหวะและการอ่านเกมที่ดี การ Bluff ที่สำเร็จต้องมี Story ที่สมเหตุสมผล คือการเดิมพันตลอดทั้งมือต้องสอดคล้องกับการมีไพ่ที่ดี ไม่ใช่แค่ Bet ใหญ่ ๆ ตอน River แล้วหวังว่าคู่แข่งจะ Fold การ Bluff บ่อยเกินไปจะทำให้ถูกจับได้ง่าย ส่วนการไม่ Bluff เลยก็ทำให้อ่านง่ายเช่นกันSemi-Bluff คือการ Bluff ที่มีโอกาสจะได้ไพ่ดีในรอบถัดไป เช่น กำลังรอ Flush หรือ Straight ถ้าไพ่มาถูกใจก็ชนะได้จริง ถ้าไพ่ไม่มาแต่คู่แข่ง Fold ก็ยังชนะได้ การ Semi-Bluff ถือว่าดีกว่า Pure Bluff เพราะมีทั้งโอกาสที่คู่แข่งจะ Fold และโอกาสที่จะได้มือที่ดีถ้าถูก CallSlow Play (Trapping) คือการเล่นเบา ๆ ทั้งที่มีไพ่แข็ง เพื่อล่อให้คู่แข่งใส่เงินเข้ามามากขึ้น แล้วค่อยโจมตีในภายหลัง เทคนิคนี้เหมาะกับสถานการณ์ที่มีมือแข็งมาก ๆ และคิดว่าการ Bet จะทำให้คู่แข่ง Fold หมด การ Slow Play มีความเสี่ยงคือคู่แข่งอาจได้ Free Card และพัฒนามือจนแซงหน้าได้
Value Bet คือการเดิมพันด้วยจำนวนที่พอดี ๆ เพื่อดึงเงินจากคู่แข่งที่มีไพ่อ่อนกว่า โดยไม่ทำให้เขากลัวจนหมอบไพ่ การหา Value จากมือที่ดีเป็นทักษะสำคัญในการทำกำไรระยะยาว Bet ที่เล็กเกินไปจะได้เงินน้อย Bet ที่ใหญ่เกินไปจะทำให้คู่แข่ง Fold ต้องหาขนาดที่พอดีContinuation Bet (C-Bet) คือการ Bet ใน Flop หลังจากเป็นคน Raise ใน Pre-flop แม้ว่า Flop จะไม่ได้ช่วยไพ่ในมือก็ตาม เป็นการใช้ประโยชน์จากการเป็น Aggressor และความน่าเชื่อถือที่สร้างไว้ตั้งแต่ Pre-flop C-Bet เป็นเทคนิคพื้นฐานที่ผู้เล่นทุกระดับควรรู้
Check-Raise คือการ Check ก่อนแล้วค่อย Raise เมื่อมีคน Bet เป็นเทคนิคที่แสดงความแข็งแกร่งสูง ใช้ได้ทั้งกับมือที่แข็งจริงและการ Bluff แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวังเพราะถ้าถูกจับได้จะเสียความน่าเชื่อถือ
คำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้สำหรับการอ่านเกม
การอ่านเกมเป็นทักษะสำคัญที่จะทำให้ชนะได้บ่อยขึ้น ศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจแนวคิดในการวิเคราะห์สถานการณ์และคาดเดาว่าคู่แข่งมีไพ่อะไรTell คือสัญญาณหรือพฤติกรรมที่บอกใบ้ว่าคู่แข่งมีไพ่อะไรอยู่ในมือ อาจเป็นท่าทาง สีหน้า หรือรูปแบบการเดิมพัน การสังเกต Tell ต้องอาศัประสบการณ์และความใส่ใจ Tell ที่พบบ่อย เช่น การมองไพ่กลางนาน ๆ เมื่อได้มือดี หรือการหยิบ Chip เตรียมไว้เมื่อจะ BetRange คือขอบเขตของไพ่ที่คู่แข่งอาจมีในมือ การคิดแบบ Range ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำกว่าการเดาไพ่ใบเดียว แทนที่จะคิดว่าคู่แข่งมี AA ให้คิดว่าเขามี Range เช่น AA, KK, QQ, AK ซึ่งมีความเป็นไปได้หลายแบบ แล้วค่อยวิเคราะห์ว่าควรเล่นอย่างไรกับ Range นั้นEquity คือโอกาสชนะของมือไพ่ในขณะนั้น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ยิ่งมี Equity สูง ยิ่งมีโอกาสชนะมาก การคำนวณ Equity ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควร Call หรือ Fold ในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบกับ Pot OddsBoard Texture คือลักษณะของไพ่กลาง Dry Board คือไพ่กลางที่ไม่เชื่อมต่อกัน เช่น K-7-2 ต่างดอก Wet Board คือไพ่กลางที่เชื่อมต่อกันมาก เช่น 8-9-10 หรือ 3 ใบดอกเดียวกัน การอ่าน Board Texture ช่วยให้รู้ว่าควรเล่นอย่างไร
คำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้เกี่ยวกับเงินและหม้อรางวัล
เรื่องเงินในเกม Poker มีศัพท์เฉพาะหลายคำที่ควรรู้ เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการเงินและการตัดสินใจในแต่ละรอบ การเข้าใจศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- Pot – หม้อรางวัล หรือเงินทั้งหมดที่อยู่กลางโต๊ะ ผู้ชนะจะได้ทั้งหมด การดูขนาด Pot เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจว่าควร Bet เท่าไหร่ หรือคุ้มไหมที่จะ Call
- Side Pot – หม้อรางวัลเสริมที่เกิดขึ้นเมื่อมีผู้เล่น All-in และมีผู้เล่นอื่นเดิมพันต่อ ผู้เล่นที่ All-in มีสิทธิ์ได้แค่ Main Pot ไม่ได้ Side Pot
- Bankroll – เงินทุนทั้งหมดที่มีไว้สำหรับเล่น Poker การบริหาร Bankroll ที่ดีคือหัวใจของการเล่นระยะยาว ควรเล่นในระดับที่มี Bankroll พอรองรับความผันผวน
- Buy-in – จำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพื่อเข้าร่วมเกมหรือทัวร์นาเมนต์ ในทัวร์นาเมนต์ Buy-in จะกำหนดตายตัว ส่วนใน Cash Game มักมีช่วง Min-Max
- Rake – ค่าธรรมเนียมที่เว็บหรือห้องเล่นหักจาก Pot เป็นค่าบริการ โดยปกติจะหักเป็นเปอร์เซ็นต์ของ Pot และมีเพดานสูงสุด
Stakes – ระดับเงินเดิมพันของโต๊ะ เช่น 1/2 หมายถึง Small Blind 1 และ Big Blind 2 การเลือก Stakes ที่เหมาะสมกับ Bankroll เป็นสิ่งสำคัญ

คำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้ เกี่ยวกับการคำนวณ Pot Odds
Pot Odds เป็นแนวคิดสำคัญที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีหลักการมากขึ้น แทนที่จะเดาสุ่มสี่สุ่มห้า การเข้าใจศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้คำนวณได้แม่นยำและทำกำไรในระยะยาวPot Odds คืออัตราส่วนระหว่างจำนวนเงินใน Pot กับจำนวนเงินที่ต้องใส่เพื่อ Call ใช้เปรียบเทียบกับ Equity เพื่อดูว่าคุ้มไหมที่จะ Call ตัวอย่างเช่น ถ้า Pot มี 100 และต้อง Call 20 จะได้ Pot Odds 5:1 หรือ 20% หมายความว่าต้องมี Equity อย่างน้อย 20% จึงจะคุ้มที่จะ CallImplied Odds คือการคิด Pot Odds โดยรวมเงินที่อาจได้เพิ่มในรอบหน้าด้วย ถ้าคิดว่าจะดึงเงินจากคู่แข่งได้อีก ก็คุ้มที่จะ Call แม้ Pot Odds จะไม่ดีนัก Implied Odds สำคัญมากเมื่อกำลังรอ Draw เพราะถ้าได้ไพ่ที่ต้องการก็มักจะได้เงินเพิ่มจากคู่แข่งอีกมากOuts คือจำนวนไพ่ที่เหลืออยู่ในสำรับที่จะทำให้มือไพ่ดีขึ้น เช่น ถ้ารอ Flush และมีไพ่ดอกเดียวกัน 4 ใบ จะเหลือ Outs อีก 9 ใบ (13 ใบในดอก – 4 ใบที่เห็นแล้ว) การนับ Outs ช่วยให้คำนวณ Equity ได้ โดยใช้กฎ 2 และ 4 คือ คูณ Outs ด้วย 2 ถ้าเหลือ 1 ไพ่ (Turn หรือ River) หรือคูณ 4 ถ้าเหลือ 2 ไพ่ (Flop)Expected Value (EV) คือค่าเฉลี่ยของผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการตัดสินใจ ถ้า EV เป็นบวก หมายความว่าการตัดสินใจนั้นทำกำไรในระยะยาว ผู้เล่นที่ดีจะพยายามตัดสินใจให้มี +EV เสมอ
คำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้ สำหรับการเล่นทัวร์นาเมนต์
การเล่นทัวร์นาเมนต์มีศัพท์เฉพาะเพิ่มเติมอีกหลายคำ เพราะรูปแบบการแข่งขันแตกต่างจาก Cash Game อยู่พอสมควร การรู้ศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจระบบการแข่งและวางกลยุทธ์ได้ดีขึ้น
Blinds Level คือระดับของ Blinds ที่จะเพิ่มขึ้นตามเวลาในทัวร์นาเมนต์ ทำให้เกมเร้าใจขึ้นเรื่อย ๆ และบังคับให้ผู้เล่นต้องแสดงการเคลื่อนไหวมากขึ้น ไม่สามารถนั่งรอไพ่ดี ๆ ได้ตลอด
Bubble คือช่วงที่เหลือผู้เล่นน้อยกว่าตำแหน่งเข้าเงินเพียง 1-2 คน เป็นช่วงที่ทุกคนระมัดระวังมาก เพราะใครก็อยากเข้าเงินให้ได้ Bubble เป็นช่วงที่ดีสำหรับผู้เล่นที่มี Chip มากในการกดดันคนอื่น
ITM (In The Money) คือการเล่นจนถึงตำแหน่งที่ได้รับเงินรางวัล ถือเป็นเป้าหมายแรกของผู้เล่นทัวร์นาเมนต์ แต่ผู้เล่นที่ดีมักจะเล่นเพื่อ Final Table มากกว่าแค่ ITM
Final Table คือโต๊ะสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ โดยปกติจะเหลือ 9 คนสุดท้าย การได้ไปถึง Final Table ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจ และเป็นจุดที่เงินรางวัลเพิ่มขึ้นอย่างมาก
Ante คือเงินเดิมพันบังคับที่ทุกคนต้องจ่ายก่อนเริ่มแต่ละมือ นอกเหนือจาก Blinds ทำให้ Pot มีเงินมากขึ้นตั้งแต่เริ่ม และเกมมีความ Action มากขึ้น

คำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้เกี่ยวกับการบริหาร Stack
ในทัวร์นาเมนต์ การบริหาร Stack เป็นสิ่งสำคัญมาก ศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองและวางแผนได้ดีขึ้น การรู้ว่าตัวเองเป็น Big Stack หรือ Short Stack จะส่งผลต่อกลยุทธ์การเล่นอย่างมาก
Stack คือจำนวน Chip ที่มีอยู่ในมือ การรู้ว่าตัวเองมี Stack เท่าไหร่เมื่อเทียบกับ Blinds จะช่วยในการตัดสินใจ มักวัดเป็น Big Blinds (BB) เช่น มี 50BB หมายถึงมี Chip เท่ากับ Big Blind 50 เท่า
Big Stack คือผู้เล่นที่มี Chip มากกว่าค่าเฉลี่ย สามารถเล่นได้กว้างขึ้นและกดดันคู่แข่งได้ โดยเฉพาะในช่วง Bubble ที่ Short Stack ไม่กล้าเสี่ยง Big Stack ควรใช้ประโยชน์จากตำแหน่งนี้ในการสะสม Chip
Short Stack คือผู้เล่นที่มี Chip น้อย ต้องเล่นอย่างระมัดระวังและรอจังหวะ All-in ที่ดี โดยทั่วไปถ้ามีน้อยกว่า 10-15BB ถือว่าเป็น Short Stack และควรมองหาโอกาส Push หรือ Fold มากกว่าเล่น Small Ball
M-Ratio (M-Zone) คืออัตราส่วนระหว่าง Stack กับต้นทุนต่อรอบ (Big Blind + Small Blind + Ante) ช่วยวัดว่าเหลือเวลาเล่นได้อีกกี่รอบก่อนที่จะหมดตัว ถ้า M ต่ำกว่า 10 ควรเริ่มเล่นแบบ Push or Fold ถ้า M ต่ำกว่า 5 อยู่ในโซนอันตราย
ICM (Independent Chip Model) คือแนวคิดในการคำนวณมูลค่าของ Chip ในทัวร์นาเมนต์ ซึ่งไม่เท่ากับมูลค่าเงินจริง Chip แรก ๆ มีค่ามากกว่า Chip ท้าย ๆ ทำให้การตัดสินใจในทัวร์นาเมนต์ต่างจาก Cash Game
การรู้จักคำศัพท์ Poker ที่ต้องรู้เหล่านี้จะช่วยให้การเล่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋า การเข้าใจศัพท์เหล่านี้จะทำให้การสื่อสารบนโต๊ะราบรื่น และช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากบทความหรือวิดีโอต่าง ๆ ที่มักใช้ศัพท์เหล่านี้ในการอธิบาย
สำหรับใครที่ต้องการเรียนรู้ Poker เพิ่มเติม สามารถศึกษาจากบทความอื่น ๆ ได้เลย รับรองว่ายิ่งรู้มากก็ยิ่งเล่นได้ดีขึ้นแน่นอน การฝึกฝนและลงเล่นจริงจะช่วยให้คุ้นเคยกับศัพท์เหล่านี้ได้เร็วขึ้น จนกลายเป็นธรรมชาติในที่สุด
